
การตีความและการอ่านคำพิพากษา
ตัวบทกำกวม กฎหมายพิเศษกับทั่วไป และการวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกา
หน่วยที่ 1: การตีความขั้นสูง
- สำหรับสมาชิก
ตัวบทที่มีความหมายกำกวม
วิเคราะห์ถ้อยคำในตัวบทที่อาจมีความหมายได้มากกว่าหนึ่งทาง โดยใช้การตีความตามตัวอักษร ตามความมุ่งหมาย และบริบทของกฎหมาย และรู้ข้อจำกัดในกฎหมายอาญา
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
บทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่ง
อธิบายลำดับการอุดช่องว่างของกฎหมายตามมาตรา 4 ป.พ.พ. ใช้การเทียบบทกฎหมายใกล้เคียงอย่างยิ่งได้ถูกต้อง และรู้ว่าห้ามใช้เพื่อลงโทษทางอาญา
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
กฎหมายพิเศษกับกฎหมายทั่วไป
ใช้หลักกฎหมายพิเศษย่อมยกเว้นกฎหมายทั่วไปเมื่อสองกฎหมายใช้กับเรื่องเดียวกัน และอธิบายว่ากฎหมายทั่วไปยังใช้เสริมในส่วนที่กฎหมายพิเศษไม่ได้บัญญัติ
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
กฎหมายใหม่กับกฎหมายเก่า
วิเคราะห์ว่าเมื่อกฎหมายเปลี่ยนแปลงต้องใช้ฉบับใดกับข้อเท็จจริงที่เกิดในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งหลักกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า หลักไม่ย้อนหลัง และหลักใช้กฎหมายที่เป็นคุณในทางอาญา
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
การตีความข้อยกเว้น
แยกหลักทั่วไปกับข้อยกเว้นในตัวบท ตีความข้อยกเว้นโดยแคบ และระบุว่าฝ่ายใดต้องแสดงว่าเข้าข้อยกเว้น
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
การตีความสัญญา
ตีความข้อสัญญาที่กำกวมโดยใช้เจตนาอันแท้จริง ความสุจริตและปกติประเพณี นัยที่ทำให้มีผลบังคับ และหลักตีความให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่ต้องเสียในมูลหนี้
ประมาณ 10 นาที
- สำหรับสมาชิก
การตีความพินัยกรรม
ตีความข้อความในพินัยกรรมโดยมุ่งหาเจตนาอันแท้จริงของผู้ทำพินัยกรรม และแยกปัญหาการตีความออกจากปัญหาแบบของพินัยกรรม
ประมาณ 9 นาที
หน่วยที่ 2: อ่านและวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกา
- สำหรับสมาชิก
โครงสร้างของคำพิพากษา
ระบุส่วนต่าง ๆ ของคำพิพากษา ได้แก่ ข้อมูลคดี ข้อเท็จจริงโดยย่อ ประเด็น เหตุผล และคำวินิจฉัย และรู้ว่าแต่ละส่วนใช้ประโยชน์ในการศึกษาอย่างไร
ประมาณ 8 นาที
- สำหรับสมาชิก
การหาหลักที่ศาลวางไว้
แยกหลักที่ศาลใช้ตัดสินประเด็น (เหตุผลที่จำเป็นต่อผล) ออกจากข้อสังเกตประกอบ และเขียนหลักนั้นเป็นประโยคทั่วไปที่ใช้กับข้อเท็จจริงอื่นได้
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
การแยกแยะข้อเท็จจริงของคำพิพากษา
เปรียบเทียบข้อเท็จจริงสำคัญของคำพิพากษากับข้อเท็จจริงในโจทย์ เพื่อตัดสินว่าหลักในคำพิพากษาใช้ได้หรือต้องแยกแยะออก
ประมาณ 9 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องนิติกรรมและสัญญา
อ่านคำพิพากษาคดีนิติกรรมและสัญญาโดยระบุว่าศาลวินิจฉัยประเด็นใด ได้แก่ ความสมบูรณ์ แบบ การตีความ และผลของโมฆะ แล้วนำหลักไปใช้กับโจทย์
ประมาณ 10 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องละเมิด
อ่านคำพิพากษาคดีละเมิดแล้วแยกได้ว่าศาลวินิจฉัยองค์ประกอบใดของมาตรา 420 ความรับผิดของนายจ้าง การกำหนดค่าสินไหมทดแทน ผู้เสียหายมีส่วนผิด และอายุความ อย่างไร
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องทรัพย์สิน
อ่านคำพิพากษาคดีพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วแยกได้ว่าศาลใช้หลักการได้มาโดยนิติกรรม การได้มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม การครอบครองปรปักษ์ และการคุ้มครองบุคคลภายนอกผู้สุจริตอย่างไร
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องครอบครัวและมรดก
อ่านคำพิพากษาที่พิพาทเรื่องสินสมรสและมรดก แล้วแยกลำดับการวินิจฉัย: สถานะการสมรส ประเภททรัพย์สิน การแบ่งสินสมรส และการแบ่งมรดก
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องเจตนาในคดีอาญา
อ่านคำพิพากษาคดีอาญาแล้วบอกได้ว่าศาลอนุมานเจตนาจากพฤติการณ์ใด และแยกเจตนาประสงค์ต่อผล เจตนาเล็งเห็นผล เจตนาโดยพลาด และสำคัญผิด
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
อ่านคำพิพากษาความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แล้วบอกได้ว่าศาลแยกลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก และรับของโจรด้วยข้อเท็จจริงใด โดยเฉพาะเรื่องการครอบครองและการส่งมอบทรัพย์
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องวิธีพิจารณาความ
อ่านคำพิพากษาที่วินิจฉัยปัญหาวิธีพิจารณาความแพ่ง เช่น อำนาจฟ้อง ฟ้องซ้อน ฟ้องซ้ำ และพิพากษาเกินคำขอ แล้วแยกองค์ประกอบที่ศาลตรวจได้
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำพิพากษาเรื่องพยานหลักฐาน
อ่านคำพิพากษาที่วินิจฉัยเรื่องภาระการพิสูจน์ การห้ามสืบพยานบุคคลแทนเอกสาร การรับฟังพยานในคดีอาญา และมาตรฐานการพิสูจน์ แล้วแยกเหตุผลของศาลได้
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
การเปรียบเทียบคำพิพากษาที่ดูขัดกัน
เปรียบเทียบคำพิพากษาสองเรื่องที่ผลดูขัดกัน แล้วอธิบายได้ว่าต่างกันจริงหรือต่างเพราะข้อเท็จจริง ประเด็น ช่วงเวลาของกฎหมาย หรือระดับของคำวินิจฉัย
ประมาณ 12 นาที