
ภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยาน
วิเคราะห์พยานหลักฐานในคดีจริง
หน่วยที่ 1: การชั่งน้ำหนักพยาน
- สำหรับสมาชิก
ภาระการพิสูจน์เมื่อข้อเท็จจริงขัดกัน
วิเคราะห์ว่าฝ่ายใดมีภาระการพิสูจน์ในแต่ละประเด็นเมื่อคู่ความอ้างข้อเท็จจริงขัดกัน และแยกข้อเท็จจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์ออก
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
ข้อสันนิษฐานกับการนำสืบหักล้าง
อธิบายว่าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายผลักภาระการพิสูจน์อย่างไร และวิเคราะห์ว่าฝ่ายใดต้องนำสืบหักล้างในข้อพิพาทที่มีข้อสันนิษฐานหลายข้อ
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
การนำพยานบุคคลมาสืบแทนพยานเอกสาร
วิเคราะห์ข้อห้ามนำพยานบุคคลมาสืบแทนหรือแก้ไขพยานเอกสาร และข้อยกเว้นที่ยังนำพยานบุคคลมาสืบได้
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
เอกสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์
วิเคราะห์ผลของตราสารที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ต่อการรับฟังเป็นพยานหลักฐาน แยกความสมบูรณ์ของสัญญาออกจากการรับฟังพยาน และแยกคดีแพ่งกับคดีอาญา
ประมาณ 11 นาที
- สำหรับสมาชิก
พยานบอกเล่าที่รับฟังได้ตามข้อยกเว้น
แยกพยานบอกเล่ากับพยานที่รู้เห็นโดยตรง และวิเคราะห์ว่าพยานบอกเล่ารายการใดอาจรับฟังได้ตามข้อยกเว้น และควรให้น้ำหนักเพียงใด
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
คำรับสารภาพและคำซัดทอด
วิเคราะห์การรับฟังและน้ำหนักของคำรับสารภาพในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และชั้นศาล รวมถึงคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
ความน่าเชื่อถือของประจักษ์พยาน
ประเมินความน่าเชื่อถือของประจักษ์พยานด้วยปัจจัยด้านโอกาสในการเห็น ความจำ ความเป็นกลาง และความสอดคล้องกับพยานอื่น
ประมาณ 11 นาที
- สำหรับสมาชิก
พยานหลักฐานดิจิทัลในทางปฏิบัติ
วิเคราะห์การรับฟังและน้ำหนักของพยานหลักฐานดิจิทัล เช่น ข้อความแชต อีเมล ภาพหน้าจอ และไฟล์จากกล้องวงจรปิด รวมถึงการตรวจที่มาและความครบถ้วนของข้อมูล
ประมาณ 12 นาที
- สำหรับสมาชิก
หลักความสงสัยตามสมควรในคดีอาญา
อธิบายมาตรฐานการพิสูจน์ในคดีอาญา แยกความสงสัยตามสมควรกับความสงสัยที่เลื่อนลอย และใช้หลักนี้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่พยานขัดแย้งกัน
ประมาณ 11 นาที
- สำหรับสมาชิก
การอ้างพยานนอกบัญชีระบุพยาน
วิเคราะห์ผลของการอ้างพยานที่ไม่ได้ระบุไว้ในบัญชีระบุพยาน และเงื่อนไขที่ศาลอาจอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมหรือรับฟังพยานนั้นได้ ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา
ประมาณ 11 นาที