ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วิเคราะห์คดีอาญา

แยกแยะหลักและฐานความผิดที่ใกล้เคียงกัน

หน่วยที่ 1: หลักทั่วไปในกรณีซับซ้อน

  • เจตนาโดยพลาดกับสำคัญผิด

    แยกเจตนาโดยพลาดกับการกระทำโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล วิเคราะห์ผลความรับผิดต่อผู้ได้รับผลร้ายและต่อเป้าหมายเดิม และข้อจำกัดเรื่องเหตุเพิ่มโทษ

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • เล็งเห็นผลกับประมาท

    แยกเจตนาเล็งเห็นผลออกจากการกระทำโดยประมาท และเลือกฐานความผิดเมื่อมีผู้ตาย ระหว่างฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • เหตุแทรกแซงกับความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผล

    วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำและผลเมื่อมีเหตุการณ์อื่นแทรกเข้ามา โดยใช้หลักผลโดยตรงและหลักผลธรรมดาสำหรับผลที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ป้องกันกับบันดาลโทสะในเรื่องเดียว

    วิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่มีทั้งภยันตรายและการถูกข่มเหง แยกช่วงเวลาที่อ้างป้องกันได้ ช่วงที่เป็นป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ และช่วงที่อ้างได้เพียงบันดาลโทสะ

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ป้องกันเกินสมควรแก่เหตุในข้อเท็จจริงจริง

    วิเคราะห์ว่าการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือเกินสมควร และบอกผลทางกฎหมายของแต่ละกรณีได้

    ประมาณ 8 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ป้องกันกับจำเป็น

    แยกการกระทำโดยป้องกันกับการกระทำด้วยความจำเป็นจากแหล่งที่มาของภัย ผู้ที่ถูกกระทำ และผลทางกฎหมาย (ไม่มีความผิดกับไม่ต้องรับโทษ)

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • พยายามกับตระเตรียม

    แยกการตระเตรียมการซึ่งโดยหลักยังไม่เป็นความผิด ออกจากการลงมือกระทำซึ่งเป็นพยายาม และวิเคราะห์พยายามที่เป็นไปไม่ได้กับการยับยั้งกลับใจ

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ตัวการกับผู้สนับสนุน

    แยกตัวการร่วมกับผู้สนับสนุนจากเจตนาร่วมและลักษณะของการกระทำ และกำหนดขอบเขตความรับผิดเมื่อผู้กระทำทำเกินกว่าที่ตกลงไว้

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ผู้ใช้กับตัวการ

    แยกผู้ใช้ซึ่งก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดออกจากตัวการซึ่งร่วมกระทำ และวิเคราะห์ความรับผิดเมื่อผู้ถูกใช้ไม่ได้กระทำหรือกระทำเกินขอบเขต

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • กรรมเดียวหรือหลายกรรม

    แยกการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทกับการกระทำหลายกรรมต่างกัน และบอกผลต่อการลงโทษได้

    ประมาณ 8 นาที

    สำหรับสมาชิก

หน่วยที่ 2: แยกแยะฐานความผิด

  • ลักทรัพย์กับยักยอก

    แยกความผิดฐานลักทรัพย์กับยักยอกได้ โดยพิจารณาว่าผู้กระทำ 'ครอบครอง' ทรัพย์อยู่ก่อนหรือไม่

    ประมาณ 8 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ลักทรัพย์กับฉ้อโกง

    แยกลักทรัพย์กับฉ้อโกงได้ โดยพิจารณาว่าผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์ให้เพราะถูกหลอกลวงหรือไม่

    ประมาณ 8 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฉ้อโกงกับกรรโชก

    แยกฉ้อโกงซึ่งได้ทรัพย์เพราะผู้เสียหายหลงเชื่อ ออกจากกรรโชกและรีดเอาทรัพย์ซึ่งได้ทรัพย์เพราะผู้เสียหายกลัว และระบุผลเรื่องการยอมความ

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ชิงทรัพย์กับวิ่งราวทรัพย์

    แยกวิ่งราวทรัพย์ซึ่งเป็นการฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ออกจากชิงทรัพย์ซึ่งใช้หรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายต่อบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่กฎหมายระบุ และแยกจากปล้นทรัพย์

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • รับของโจรกับลักทรัพย์

    แยกผู้ลักทรัพย์ออกจากผู้รับของโจร ตรวจองค์ประกอบความรู้ของผู้รับ และวิเคราะห์กรณีผู้ที่ตกลงรับซื้อทรัพย์ไว้ก่อนการลัก

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ปลอมเอกสารกับใช้เอกสารปลอม

    แยกความผิดฐานปลอมเอกสารออกจากใช้หรืออ้างเอกสารปลอม วิเคราะห์กรณีผู้ปลอมใช้เอกสารเอง และตรวจประเภทเอกสารที่ทำให้รับโทษหนักขึ้น

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ความผิดต่อส่วนตัวกับการยอมความ

    ระบุความผิดอันยอมความได้ที่พบบ่อย วิเคราะห์อายุความร้องทุกข์ ผลของการถอนคำร้องทุกข์และการยอมความ และกรณีที่การกระทำเดียวมีทั้งความผิดที่ยอมความได้และไม่ได้

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • เหตุเพิ่มโทษกับเหตุฉกรรจ์

    แยกเหตุฉกรรจ์ซึ่งเป็นองค์ประกอบของฐานความผิดที่หนักขึ้น ออกจากเหตุเพิ่มโทษทั่วไปที่เกี่ยวกับตัวผู้กระทำ และนำหลักความรู้ข้อเท็จจริงที่ทำให้โทษหนักขึ้นมาใช้

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ความผิดของเจ้าพนักงานกับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าพนักงาน

    แยกความผิดที่ต้องกระทำโดยเจ้าพนักงานออกจากความผิดทั่วไปที่ใกล้เคียงกัน และวิเคราะห์สถานะของผู้ที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีส่วนร่วม

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • หมิ่นประมาทกับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

    แยกการใส่ความซึ่งเป็นหมิ่นประมาทออกจากการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามมาตรา 329 การพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 และการดูหมิ่นซึ่งหน้า

    ประมาณ 12 นาที

    สำหรับสมาชิก

หน่วยที่ 3: ฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงคดีอาญา

  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 1

    ฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่มีผู้ร่วมกระทำหลายคน ตั้งแต่ระบุฐานความผิด เหตุฉกรรจ์ สถานะผู้ร่วม จนถึงความผิดของผู้รับทรัพย์

    ประมาณ 15 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 2

    ฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงความผิดต่อชีวิตและร่างกายที่มีประเด็นเจตนา พยายาม ป้องกัน และบันดาลโทสะอยู่ในเรื่องเดียว

    ประมาณ 15 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 3

    ฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่มีทั้งความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฉ้อโกง ยักยอก และประเด็นการยอมความ รวมถึงการนับกรรม

    ประมาณ 15 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 4

    วิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่มีทั้งการป้องกัน การกระทำโดยพลาด และบันดาลโทสะ โดยแยกช่วงเวลาของการกระทำและสรุปความรับผิดของแต่ละช่วงได้

    ประมาณ 14 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 5

    วิเคราะห์ความรับผิดของผู้ร่วมกระทำความผิดหลายคนในความผิดต่อทรัพย์ แยกตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน และผู้รับของโจร และตรวจว่าลักทรัพย์กลายเป็นชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์หรือไม่

    ประมาณ 14 นาที

    สำหรับสมาชิก
  • ฝึกวิเคราะห์คดีอาญา ชุดที่ 6

    แยกลักทรัพย์ ยักยอก และฉ้อโกงจากลักษณะการครอบครองและการหลอกลวง วิเคราะห์ว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม และนำหลักสำคัญผิดในข้อเท็จจริงมาใช้

    ประมาณ 14 นาที

    สำหรับสมาชิก
วิเคราะห์คดีอาญา — เรียนกฎหมายออนไลน์ | Lumetiva World